ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การตลาดโรงแรม

โรงแรมเล็กควรมีช่องทางออนไลน์อะไรบ้าง? เริ่มจาก 4 อย่างนี้

สรุป 4 ช่องทางออนไลน์พื้นฐานสำหรับโรงแรมเล็ก ทั้ง Google Maps, Facebook หรือ Instagram, LINE และเว็บไซต์ พร้อมหน้าที่ของแต่ละช่องทางแบบเข้าใจง่าย

ช่องทางออนไลน์พื้นฐานสำหรับโรงแรมและที่พักขนาดเล็ก

ถ้าเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ตเล็ก ๆ ที่เจ้าของดูแลหลายอย่างด้วยตัวเอง คำถามหนึ่งที่เจอบ่อยคือ

“เราต้องมีช่องทางออนไลน์อะไรบ้าง?”

ต้องทำ Facebook ไหม? ต้องมี Instagram หรือเปล่า? LINE จำเป็นแค่ไหน? แล้วถ้ามี Google Maps อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บไซต์อีกไหม?

จริง ๆ แล้วโรงแรมเล็กไม่จำเป็นต้องเปิดทุกช่องทางที่มีบนโลกออนไลน์ สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกช่องทางที่มีหน้าที่ชัด และทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางจาก

เจอที่พัก → ดูข้อมูล → รู้สึกสนใจ → ติดต่อ

ได้ง่ายที่สุด

ถ้ากำลังเริ่มต้น ลองเริ่มจาก 4 ช่องทางพื้นฐานนี้

1. Google Maps — ช่วยให้คนหาโรงแรมเจอ

ช่องทางแรกที่โรงแรมเล็กควรให้ความสำคัญคือ Google Maps และ Google Business Profile

เพราะเมื่อลูกค้ารู้ชื่อที่พัก หรือกำลังค้นหาที่พักในพื้นที่หนึ่ง สิ่งที่เขาอาจทำเป็นอันดับต้น ๆ คือเปิด Google ขึ้นมาค้นหา

Google ระบุว่าโรงแรมสามารถสร้างและยืนยัน Business Profile เพื่อให้ข้อมูลของที่พักปรากฏบน Google Search และ Google Maps ได้ โดยใส่ข้อมูลอย่างตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ และเว็บไซต์ได้

สำหรับโรงแรมเล็ก สิ่งพื้นฐานที่ควรดูแลคือ

  • ชื่อที่พัก
  • ตำแหน่งบนแผนที่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • รูปภาพล่าสุด
  • รีวิว
  • เว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อ

ไม่ต้องเริ่มจากเทคนิค SEO ซับซ้อน แค่ลองค้นชื่อโรงแรมของตัวเองใน Google แล้วถามว่า

“ถ้าเราเป็นลูกค้าที่ไม่เคยมาที่นี่ ข้อมูลตรงนี้เพียงพอให้ตัดสินใจต่อไหม?”

ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

2. Facebook หรือ Instagram — ช่วยให้ลูกค้าเห็นบรรยากาศ

Google Maps ช่วยตอบว่า “ที่พักนี้คือที่ไหน?” แต่ Social Media ช่วยตอบอีกคำถามว่า “ถ้าไปพักแล้วจะรู้สึกยังไง?”

ตรงนี้ Facebook หรือ Instagram ยังมีประโยชน์มากสำหรับโรงแรมเล็ก เพราะสามารถใช้ลง

  • รูปห้องพักใหม่
  • บรรยากาศยามเช้า
  • อาหารเช้า
  • วิวจากที่พัก
  • กิจกรรมใกล้โรงแรม
  • โปรโมชั่นช่วงเทศกาล
  • ภาพจากลูกค้าที่มาพัก

Social Media ไม่จำเป็นต้องดูเหมือนโรงแรมใหญ่ บางครั้งความเป็นธรรมชาติของโรงแรมเล็กกลับเป็นเสน่ห์มากกว่า

ถ้าที่พักมีเจ้าของดูแลเอง มีสวนเล็ก ๆ มีอาหารเช้าทำเอง หรือมีวิวที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล สิ่งเหล่านี้คือ Content ได้ทั้งหมด

จุดสำคัญคือ ทำให้คนเห็นภาพว่า การมาพักที่นี่จะเป็นอย่างไร

3. LINE — ช่วยให้ลูกค้าติดต่อได้ง่าย

เมื่อลูกค้าเริ่มสนใจ สิ่งต่อไปที่ต้องง่ายคือ การติดต่อ

สำหรับโรงแรมเล็ก LINE สามารถเป็นช่องทางตรงที่เรียบง่ายมาก ลูกค้าอาจต้องการถามเพียงว่า

  • วันที่นี้มีห้องว่างไหม?
  • พัก 3 คนได้หรือเปล่า?
  • มีที่จอดรถไหม?
  • พาสัตว์เลี้ยงไปได้ไหม?

ดังนั้นไม่ว่าจะเจอโรงแรมจาก Google, Facebook หรือเว็บไซต์ ควรทำให้ลูกค้าหาปุ่ม LINE หรือช่องทางติดต่อได้ง่าย

อย่าทำให้ลูกค้าต้องค้นเบอร์โทรจากโพสต์เก่า หรือต้องไล่หา LINE ID เอง

ยิ่งขั้นตอนน้อย โอกาสที่ลูกค้าจะติดต่อก็ยิ่งง่ายขึ้น

4. เว็บไซต์ — ช่วยรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว

หลายโรงแรมเล็กมาถึงจุดนี้แล้วอาจคิดว่า

“ถ้ามี Google Maps + Facebook + LINE แล้ว เว็บไซต์ยังต้องมีอีกไหม?”

เว็บไซต์ไม่ได้จำเป็นต้องมาแทนสามช่องทางแรก หน้าที่ของเว็บไซต์ต่างออกไป

มันคือพื้นที่ที่สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญของโรงแรมไว้ในที่เดียว เช่น

  • ห้องพัก — มีห้องอะไรบ้าง พักได้กี่คน ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่
  • รูปภาพ — ให้ลูกค้าดูภาพรวมของโรงแรมโดยไม่ต้องไล่ย้อน Facebook หลายเดือน
  • สิ่งอำนวยความสะดวก — ที่จอดรถ อาหารเช้า Wi-Fi สระว่ายน้ำ หรือบริการอื่น ๆ
  • Location — โรงแรมอยู่ที่ไหน ใกล้อะไร และเดินทางอย่างไร
  • ช่องทางติดต่อ — LINE โทรศัพท์ Facebook หรือช่องทางจอง

Google Business Profile เองก็รองรับการเพิ่ม URL เว็บไซต์ของโรงแรมเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าไปดูข้อมูลต่อได้

ดังนั้นเว็บไซต์จึงทำหน้าที่เหมือน “บ้านกลาง” ของข้อมูลโรงแรม

ลูกค้าอาจเจอคุณจาก Google เห็นบรรยากาศจาก Facebook เข้ามาดูรายละเอียดในเว็บไซต์ แล้วกด LINE เพื่อสอบถามห้อง

แต่ละช่องทางไม่ได้แข่งกัน มันสามารถทำงานต่อกันได้

โรงแรมเล็กต้องทำทั้ง 4 อย่างพร้อมกันไหม?

ไม่จำเป็น

ถ้าเพิ่งเปิดที่พักและมีเวลาจำกัด ให้เริ่มจากสิ่งที่ลูกค้าต้องใช้ก่อน อย่างน้อยควรทำให้

ค้นชื่อแล้วเจอ → เห็นข้อมูลจริง → ดูรูปได้ → ติดต่อได้

จากนั้นเมื่อข้อมูลเริ่มเยอะขึ้น หรือเริ่มมีลูกค้าจากหลายช่องทาง ค่อยเพิ่มเว็บไซต์เพื่อจัดข้อมูลทั้งหมดให้เป็นระเบียบมากขึ้น

โรงแรมขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยระบบใหญ่

  • ไม่จำเป็นต้องมีแอป
  • ไม่จำเป็นต้องมีระบบซับซ้อน
  • ไม่จำเป็นต้องทำทุก Social Media

แต่ควรทำช่องทางที่มีอยู่ ให้ใช้งานง่ายและข้อมูลตรงกัน

ตัวอย่างเส้นทางของลูกค้าที่เรียบง่าย

ลองนึกภาพนักท่องเที่ยวคนหนึ่งกำลังหาที่พักสำหรับวันหยุด

  1. ค้น Google และเจอโรงแรมของคุณ
  2. เปิด Google Maps ดูตำแหน่งและรีวิว
  3. เข้า Facebook ดูบรรยากาศเพิ่มเติม
  4. เข้าเว็บไซต์ดูห้องและข้อมูลทั้งหมด
  5. กด LINE เพื่อถามห้องว่าง

เพียงเท่านี้ ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ก็ทำงานร่วมกันได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบ Digital Marketing ขนาดใหญ่

สิ่งสำคัญคือ อย่าให้ลูกค้าสนใจแล้วไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนต่อ

สรุป: โรงแรมเล็กเริ่มออนไลน์แบบง่าย ๆ ได้

ถ้าจะจำเพียงอย่างเดียว ให้จำหน้าที่ของ 4 ช่องทางนี้

ช่องทางหน้าที่หลัก
Google Mapsให้คนหาเราเจอ
Facebook / Instagramให้คนเห็นบรรยากาศ
LINEให้คนติดต่อเราได้ง่าย
เว็บไซต์รวมข้อมูลทั้งหมดของเราไว้ในที่เดียว

โรงแรมเล็กไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเหมือนโรงแรมใหญ่

แค่ทำให้คนที่กำลังสนใจที่พัก หาเราเจอ เข้าใจเรา และติดต่อเราได้ง่าย ก็เป็นพื้นฐานออนไลน์ที่ดีมากแล้ว

แล้วเว็บไซต์ของโรงแรมเล็กต้องใหญ่แค่ไหน?

จริง ๆ แล้วอาจไม่ต้องใหญ่อย่างที่คิด

สำหรับที่พักขนาดเล็ก เว็บไซต์ไม่กี่หน้าที่รวมข้อมูลห้องพัก รูปภาพ สิ่งอำนวยความสะดวก แผนที่ และช่องทางติดต่อให้ครบ ก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว

PAAK IN ออกแบบเว็บไซต์สำหรับโรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ และที่พักขนาดเล็ก โดยเน้นให้เจ้าของดูแลง่าย และช่วยให้ลูกค้าหาข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องสร้างระบบที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น

ช่องทางออนไลน์โรงแรมการตลาดโรงแรมเล็กโปรโมทโรงแรมออนไลน์ช่องทางขายโรงแรมเว็บไซต์โรงแรมGoogle Maps โรงแรม
กลับไปหน้าบทความ